สถาบันทางเศรษฐกิจ

หมายถึง แบบของการคิดการกระทำเกี่ยวกับเรื่องการ
ผลิตสินค้าและบริการต่างๆ รวมทั้งการแจกจ่ายสินค้าและการให้บริการต่างๆ ให้แก่ สมาชิก
ในสังคมสถาบันเศรษฐกิจ เป็นกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่ลูกจ้าง นายจ้าง เจ้าของโรงงาน ธนาคาร
และผู้ผลิตสินค้าและบริการในเรื่องต่างๆ จะต้องปฏิบัติตามสถาบันทางเศรษฐกิจ
เป็นความสัมพันธ์ในแง่การผลิต การแลกเปลี่ยน และการบริโภค จัดอยู่ในกลุ่มทางด้านเศรษฐกิจ
การปฏิสังสรรค์กันทางสังคมในแง่นี้ อาจเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
และญาติหรือกับคนอื่นทั้งที่อาศัยอยู่ในสังคมเดียวกัน หรือต่างสังคมกันได้เศรษฐกิจเป็นพื้นฐาน
ของการดำรงชีวิตของสังคมที่ต้องผลิตอาหารเครื่องอุปโภคและเทคโนโลยีคนๆ เดียวไม่สามารถที่จะกระทำ
หรือผลิตตอบสนองความต้องการได้ทั้งหมด จึงต้องพึ่งพาคนอื่นให้ช่วยทำเพื่อให้ได้ผลผลิตที่
เป็นอาหารและของใช้ ความร่วมมือนี้เองจึงส่งผลให้คนเราต้องมีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ
และภายหลังที่ผลิตขึ้นมาได้แล้ว จำเป็นต้องนำไปแลกเปลี่ยนกับของชนิดอื่นที่เราไม่ได้ทำขึ้นเอง ก
ระบวนการแลกเปลี่ยนจึงเป็นหัวใจของความสัมพันธ์ของคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน
ที่มีการผลิตสินค้าและบริการจำนวนมาก จึงต้องนำออกขาย และใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งของที่ต้องการ




121880.jpg

หน้าที่ของสถาบันเศรษฐกิจ
1. ผลิตสินค้าเพื่อสนองความต้องการด้านเศรษฐกิจ
2. การแจกแจง เป็นการนำเอาวัตถุดิบ แรงงานไปสู่หน่วยผลิต
โดยใช้กลไกของสังคมแลกเปลี่ยนและบริการ
3. การบริโภค ช่วยให้ผลผลิตมีการบริโภคเพียงพอ
4. พัฒนาระบบเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ


ความคิดเชิงระบบ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

ความคิดเชิงระบบ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต
การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการพัฒนาองค์ความรู้ มีคำกล่าวว่า "การคิดนำไปสู่การรู้"
คนจะไม่รู้จริงจนกว่าจะมีการคิดอย่างจริงจังในสังคมที่มีความรู้เกิดขึ้นมากๆ แสดงว่าสังคมนั้นมีนักคิดจำนวนมาก
และเป็นสังคมที่มีความรู้ลึกซึ้งจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เมื่อเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของสังคมมนุษย์ก็จะพบว่า
ที่ไหนๆ มีการผลิตนักคิดจำนวนมาก ก็จะเกิดความรู้มาก และกลายเป็นองค์ความรู้ที่มีอิทธิพลขับเคลื่อนคนอื่นๆ ในโลกด้วย
จะเห็นได้ว่า วันนี้สหรัฐอเมริกามีรายได้หลักเข้าประเทศถึง 1 ใน 3 ก็คือ ค่าเล่าเรียนจากคนทั่วโลกที่หลากหลายประเทศ
นำมาบรรณาการทางปัญญาให้สหรัฐ โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในราคาที่แพง แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยในประเทศเหล่านั้น
ไม่มีศักยภาพ และกลายเป็นอาณานิคมทางปัญญาที่เสมือนเป็นการยอมรับโดยดุษฎีว่าองค์ความรู้ต้องมาจากเขา
ซึ่งเราเป็นเพียงเหมือนเสียงสะท้อน แล้วนำมาต่อยอดบ้าง หรือนำมาประยุกต์ใช้
หมายความว่า สัจจะที่จริงเสมอ ทุกที่ ทุกเวลา ทุกยุค ทุกสมัย ทุกโอกาส ในการสร้างองค์ความรู้ โดยการค้นคว้าวิจัย
และสนับสนุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ซึ่งจะเป็นการค้นหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ในสิ่งที่มนุษยชาติไม่เคยรู้มาก่อน
และนำมาปรับใช้ในเชิงธุรกิจได้